Northern students' memo about the Thai October politic movement histories
ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวอันเนื่องมาแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙ จาก ความทรงจำ ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษากรรมกรชาวนาและ พี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขตภาคเหนือตอนบน
ประมวลภาพและเรื่องราวงานทำบุญอนุสรสถานสุสานวีรชนเขต7-ผาจิ/เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๙
ภาพอนุสรณ์สถานผาจิ วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2549 เป็นแท่งปิรามิดสามเหลี่ยม หุ้มด้วยหินแกรนิตสีดำสนิท ตีความหมายได้หลายอย่าง.....รูปอนุสรณ์คนออกแบบว่าจำลองมาจากดาบปลายปืนอาร์ก้า ใช้หินแกรนิตสีดำ คงเอาความหมายที่ว่า "ไม่แปรผันเหมือนดั่งธาตุเกลือนั่นแหละครับ"

บรรยายภาพ;วิญญูชน-แสนไชย/ผูกร้อยเรื่องเล่า;แอดมิน2519me.com
ป้ายและบทกวีที่สุสานวีรชนเขต7-ผาจิ
|
งานนี้ผู้ที่เหนื่อยที่สุดเห็นจะเป็นพี่น้องม้งทั้งบ้านขุนกำลังและสันติสุข ต้องขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้จะขลุกขลักอยู่บ้างแต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ชำแหละหมูม้ง-หมูภูเขา
|
เห็นผาช้าง-ผาวัวด้านหลังริบๆ |
อีกมุมมองหนึ่ง ด้านหลังเป็นถ้ำหมอ พระอาจารย์อดีตสหาย ร่วมประกอบพิธีกรรมและเทศนา ร่วมกับมิตรสหายหลายเขตงานที่มาร่วมสดุดี |
|
|
รายชื่อวีรชน ณ สุสานแห่งนี้ ส่วนท่านที่ยืนอยู่ข้างๆ ณ เวลานี้น่าจะเป็นพ่อนักศึกษาไปแล้ว |
|
บรรยากาศบริเวณที่สุสานวีรชนที่นา ชุดแรก ที่ว่าชุดแรกเพราะการเดินทางมีส่วนที่ล่าช้า ทำให้เดินทางมาถึงแบ่งเป็นสองชุดใหญ่ ชุดแรกนี้จะเห็นบริเวณข้างหลังที่เป็นทุ่งนาชัดเจน เป็นบริเวณที่เคยถูกนาปาล์ม และเคยมีหลุมระเบิด 500 ปอนด์
ส.เทิด หรือ ส.เกษตร เมื่อครั้งอยู่ผาจิ
|
จากซ้ายไปขวา...
ส.นิ่ม สหายหญิงหนึ่งในสามสาวแห่งห้วยผักหละ ดูเธอเป็นคนเงียบๆ
พูดน้อยมาก
ใครเป็นใครกันบ้างนิ?(แอดมิน)
|
แล้วลมหนาว จากราวฟ้า มาทายทัก
นำความรัก มาโปรยปราย ในขุนเขา
ดวงตะวัน ทอแสง แห่งวัยเยาว์
ภูผากอด ทอดเงา ในดวงตาสหายม้ง ตื่นแต่เช้า ชวน “มาเถอะ”
ช่วยย่ำครก ช่วยแบกเป๊อะ ออกหุงหา
ประชาชน ออกสู่ไร่ ไปทุ่งนา
วันเวลา เคลื่อนไป ไม่หวนคืนคือภาพแห่ง ความทรงจำ ความงามแท้
สันติสุข คลี่แผ่ ทุกแผ่นผืน
คือเมืองแก้ว อุดมการณ์ ทุกวันคืน
เธอและฉัน จะมั่นยืน ตลอดไป
จึงคืนกลับมา ซับน้ำตา ให้ป่าเขา
คืนกลับมา ให้ลำเนา หยุดสะอื้น
คืนกลับมา หามิตรแท้ ที่ยั่งยืน
คืนกลับมา เพื่อหวนคืน ความสัมพันธ์
ออนซอนเอ “เตสอง” ล่องน้ำสาว
ภูลังกา เหยียดยาว ยั่วไฟฝัน
ภูผาจิ ตั้งตระหง่าน อยู่อย่างนั้น
ภูผาช้าง ตั้งเคียงกัน ตลอดไป
จาก “เขตเจ็ด” เปลี่ยนเป็น “สันติสุข
ทั้งสุขทุกข์ ยังเวียนวน คนรุ่นใหม่
แต่เอาเถิด ที่เกิด เป็นคนไทย
ภาคภูมิใจ ในตำนาน อันยืนยงไม่มีใคร มาเปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร์
ที่ขีดเขียน อย่างองอาจ อย่างสูงส่ง
การเสียสละ ของมิตรสหาย จักธำรง
และมั่นคง ในใจเรา ตลอดกาลส.กลด บอกว่าไปร่วมงานผาจิผาช้าง และยินดีหลายๆ ที่อุตส่าห์นำกลอนไปอ่านในงายช่วงบ่าย ไม่ได้โผล่หน้าไปดูว่าใคร ขอชมว่า อ่านได้แจ๋วมั่กมั่ก.....เจ้าของเสียง คือ ส.ใหม่ คนที่พูดลำปางได้เพราะที่สุด ไม่ผิดหวังที่คะยั้นคะยอให้เดินทางขึ้นมาร่วมงานให้ได้ ตำแหน่งที่เธอยืนอ่าน อยู่พอดีกับอนุสรณ์ทางด้านหน้า และภูผาจิทางขวา เวลาอ่านจึงทอดเสียง.....พร้อมกับสายตาที่ทอดไปยังอนุสรณ์ที ยอดผาจิที ทั้งนำเสียงและแววตาถ่ายทอดได้อารมณ์ความรู้สึกดีจริงๆ (จนเกือบอ่านกลอนไม่จบ)[ข้าง ส.ใหม่ โฆษกเสียงหวาน คือ คู่ชีวิต พี่อิ๊ด/ไกรวุฒิ ศิรินุพงษ์-ผู้ล่วงลับ]
มนตราแห่งป่าดอย
ใครหนอใครเข้าใจ แจ้งประจักษ์
ตระหนักแท้ถึงมิตรรัก ร่วมสมัย
ไฟฝันอันฟูมฟัก จักรวาล โลกแล
เก็บดินหินตระการไว้ คู่โลก ตลอดกาลฯ
เสียใจฤาเสียใจ จำจาก เจ้าเอย
บ่เทียมทุกข์ไหลเชี่ยวกราก สู่หล้า
ประชาทนทุกข์ยาก ยิ่งแล้ว ผองเพื่อน
เชิญเจ้าร่วมวิญญาณกล้า ร่วมก่อ อุดมการณ์ฯ
ปีนป่ายขึ้นภูผา ผ่องทิพย์
หวังคว้าดาวพรายพริบ เบื้องหน้า
มุ่งสู่โลกแลลิบลิบ เบื้องล่าง
เปิบกินกันทั่วหล้า เอมอิ่ม ยิ่งเอยฯ
สหายพลันร่วงลงลับ ต่อหน้า
มิถึงฝันอันเจิดจ้า เจ้าฝัน
กอบดินลงปิดตา หลับเสีย เถิดเอย
ปล่อยให้โลกผ่านผัน ผ่านพ้น ยุคสมัยฯ
ร่ายโคลงประดับไว้ ให้เพื่อน
ร่ายกลอนไว้คอยเตือน สติมั่น
ร่ายมนต์อย่าแชเชือน มิตรแท้ สหายเอย
ร่ายรักไร้ขีดคั่น คืนแด่ ป่าดอยฯ
ส.กลด
พฤศจิกายน
2549

ที่สุดของงานในภาคกลางคืนหลังจากดูหนังฟังเพลงแล้วคือการจุดเทียนชัยและร้องเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา" ร่วมกันเพื่อเป็นการคารวะแด่วิญญาณนักรบ ท่ามกลางแสงจันทร์สีนวลผ่องสาดส่องเล็ดลอดทิวไผ่และดวงดาวที่เปล่งประกายเต็มท้องฟ้า

แม้แสงเทียนจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับแสงแห่งตะวัน หากเทียนหลายเล่มเมื่อรวมกันเข้าก็สว่างไสวมากกว่าตะวันที่ลาลับฟ้าไปแล้ว
พี่ครับ ผมมาแล้ว[คุณปลา..น้องสหายชิน-วีรชนผู้ร่วงลับ!]
ดั่งเทียนที่ท่องแท้แก่คน

...งานแสดงกลางคืน...
ชุดทปท.นี้เหล่าแม่บ้านผาจิลงทุนเดินทางไปถึงแม่สาย ข้ามฝากไปที่ท่าขี้เหล็กฝั่งพม่า ไปหาซื้อเสื้อผ้าแบบทหารจีน แล้วนำมาดัดแปลง...
โดยติดแถบสีแดงที่คอ และปักป้าย ทปท.ขึ้นมาเอง ที่สำคัญเพลงที่ใช้ประกอบเป็นเพลงดั้งเดิมแต่ยุคนั้น โดยอัดอยู่ในเทปคาสเซ็ท เวลาจะแสดงต้องหมุนหากันจ้าละหวั่นเหมือนกัน หากเป็นไปได้จะขอเทปชุดนี้มาให้พี่น้องเราที่กรุงเทพช่วยแปลงเป็นซีดี เพื่อการเก็บรักษาและใช้งานได้สะดวกต่อไป
.

อนุชนประถมผาจิ จากการฝึกสอนของกลุ่มแม่บ้าน ออกมาร้องเพลงปฏิวัติของเดิม 10 เพลงรวด ทั้งเพลงกองทหารและประชาชน ไปจนถึงอำนาจรัฐได้มาด้วยกระบอกปืน โดยเฉพาะต้นเสียงคนกลางร้องตอน "อำนาจรัฐจักได้มาอย่างไร ได้มาด้วยกระบอกปืน" กระแทกเสียงได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
วงดนตรีเฉพาะกิจ "รวมดาว" ทั้งอีสาน ใต้ เหนือ กลาง/หลังจากร้องเพลงและรำวงจนได้เวลาพอสมควรแล้วก็เป็นการฉายหนังกลางแปลง....รอบปฐมฤกษ์ ของ "สหายศึก ตำนานนักรบประชาชน" บนผาจิ
ผลพวงได้จากงานนี้ พี่น้องทั้งบนฐานที่มั่นและรอบๆ ชายฐานที่มั่นรวบรวมกำลังสามัคคีกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างน้อยจะผลักดันให้ถนนเข้าหมู่บ้านได้ลาดยางแบบใช้ได้ทั้งปี ไม่เพียงแต่เพื่อมิตรสหายจะมาเยือนได้สะดวกในอนาคต พี่น้องในหมู่บ้านก็จะได้มีเส้นทางที่สะดวกเพื่อนำผลผลิตออกมาสู่ตลาด และเมื่อเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยเช่นกัน เพราะเส้นทางหากหน้าฝนนี้ไม่รีบทำมีหวังอีกปีหนึ่งเข้าลำบากยิ่งกว่านี้แน่...
ควันหลงจาก ส.ชีพ........
น้ำสาว
งานเลี้ยงเลิกลา ทุกคนกลับบ้านทำงานต่อ ลำน้ำสาวยังไหลเอื่อยไปตามหุบเขาผาจิ ผาช้าง ให้ความร่มเย็น ให้ความอุดมสมบุรณ์แก่พื้นแผ่นดินน้อยนิด ที่เก็บความหลัง ความทรงจำของคนรุ่นหนึ่ง ที่วัยต่างก็โรยราตามปี พ.ศ.ใหม่2550 ใครเป็นคนตั้งชื่อลำน้าแห่งนี้ ต้นน้ำที่เป็นแหล่งเกิดของลำน้ำอยู่ที่หุบเขาไหน ก็ยังเป็นปริศนากับคนที่เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งที่นั่น แต่อย่างน้อยก็เป็นโรงเรียนสร้างความแข็งแกร่งแก่จิตใจ รวมทั้งร่างกาย สุขภาพที่แข็งแรงพอควรให้กับทุกๆคน น้ำสาวเย็นเหมือนน้ำแข็ง หลายคนจึงเลือกที่จะอาบน้ำยามเที่ยงวัน สองข้างฝั่งของน้ำสาวก็อุดมไปด้วยป่ากล้วยเถื่อย(กล้วยป่า) บ้างก็มีมะเดื่อต้นใหญ่ มีลูกเล็กๆจิ้มน้ำพริกกินได้ นอกนั้นเป็นพืชพรรณไม้น้ำใ ห้ความร่มรื่นตลอดูแนวตามแผนที่ น้ำสาวเป็นลำน้ำสายหนึ่งที่เป็นต้นแหล่งของแม่น้ำยม น่าจะเริมเป็นแม่น้ำใหญ่ที่อำเภอเชียงม่วน จ.พะเยา น้ำสาววันนี้ยังคงความสาวอยู่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับธรรมชาติที่ถูกพลิกผันเป็นที่ทำมาหากินของพี่น้องทุกคน ขึ้นอยู่กับการรักในผืนแผ่นดินที่เป็นประวัติศาสตร์นี้ และท้ายที่สุด ใครมีรูปน้ำสาวสวยๆของแบ่งกันดูบ้าง วันนี้ไปแล้วนะ แล้วจะมาใหม่กับความทรงจำที่ไม่เคยมีใครบันทึก
ส.ชีพและตามคำขอ....ภาพและตำนานแม่น้ำสาว...

เด็กๆ และสีเขียวขจีข้างลำน้ำสาว
|

เตรียมพบเมนูใหม่จะนำเสนอปีหน้าเป็นต้นไปนะครับ เพราะครั้งนี้ยังไม่ได้ไปเยือนอุโมงค์ สปท. และยอดผาจิกันเลย โดยเฉพาะทางไปอุโมงค์ สปท. ยังสูงชันกว่าเส้นทางที่ขึ้นมาทำบุญครั้งนี้..และยังเตรียมจะทำแพ็คเก็ตสำรวจภูลังการ่วมกับภูหินร่องกล้าด้วย เมนูนี้เริ่มต้นปีหน้า......ซึ่งก็คงจะมีหลายเรื่องที่เป็นโครงการต่อเนื่องจากครั้งนี้ แล้วจะค่อยๆ แจ้งเข้ามา เพราะเราจะมีประชุมสรุปงาน และคุยกันเรื่องงานต่อไป เรื่องสำคัญคือเรื่องการทำบันทึกประวัติศาสตร์ต่อไป เพราะครั้งนี้ได้ระดมจิตใจและความพร้อมของสหายภาคเหนือเราทุกภาคส่วนขึ่นมาได้แล้ว อีกเรื่องคือ การจะทำอย่างไรให้เกิดงานที่ช่วยเหลือมิตรสหายในท้องถิ่นไม่เพียงแต่ที่ผาจิ แต่ที่แม่แฮ-แม่แจ่ม ที่ฝาง-ไชยปราการ กำลังเกิดแนวความคิด "คอมเรดทัวร์" อีกเรื่องคือ การทำอนุสรณ์สถาน ให้ ครูองุ่น พี่นิสิต และ พ่อหลวงอินถา รวมกันทีเดียว โดยมี ที่ตั้ง คือที่ สวนอัญญา

หมายเหตุ [แอดมิน 2519me.com]:
แฟ้มที่เกี่ยวข้อง; ข่าวประชาสัมพันธ์ : แจ้งความคืบหน้าและกำหนดการของการจัดทำอนุสรสถานเขต 7 ผาจิ
เอ้า....เที่ยวอดีตฐานที่มั่นเหนื่อยแล้ว ....อย่าลืมแวะไป...ทึ่งกับพิพิธภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ข้าวไทย....และ....ลิ้มรสดอกไม้ (ดอกไม้จริงๆ ดอกไม้อีหลี!) ....แบบ..เปิบ "ธรรมชาติ" กับ ร้านอาหาร "โขง-สาละวิน" (ลำพูน) และ "สายหมอกกับดอกไม้" (เชียงใหม่) เด้อค่ะเด้อ..

เรื่องบันทึก /main menu / new update/
ที่มั่นเฮาแสนฮักแสนแพง