Northern students' memo about the Thai October politic movement histories

ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวอันเนื่องมาแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ๒๕๑๖ และเดือนตุลา ๒๕๑๙ จาก  ความทรงจำ ของ เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษากรรมกรชาวนาและ พี่น้องชนชาติบนดอยสูง เขตภาคเหนือตอนบน

ข่าวแจ้ง-แจ้งข่าว

คณะกรรมการจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา กำหนดแถลงข่าวการจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม
ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา อาคารใหม่
แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน

คำขวัญในการจัดงานครั้งนี้คือ “30 ปี 6 ตุลา ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน”

ผู้ที่จะแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้คือ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ และ นายแพทย์สงวน
นิตยารัมภ์พงศ์ หลังจากนั้นจะเป็นการเสวนาของ อดีต 18 นักโทษ 6 ตุลา ในหัวข้อ
“ทางออกการเมืองไทยในสายตาของอดีตนักโทษ 6 ตุลา”

การแถลงข่าวครั้งนี้ จะมี กิจกรรม ต่าง ๆ เพื่อให้การแถลงข่าวมีสีสันที่น่าสนใจ เช่น

•การอ่านบทกวีของ วัฒน์ วรรยางกูร
•นิทรรศการย่อยรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา
•การแสดงภาพวาดเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา จากศิลปินเพื่อประชาชน
•การแสดงดนตรีย้อนยุค ในช่วง 14 ตุลา 16 ถึง 6 ตุลาคม 19
โดยอดีตนักศึกษาที่เคยมีผลงานจากรั้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
โดยจะเน้นเฉพาะผลงานก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา
ซึ่งจะมีอดีตนักร้องนักดนตรีจากวงต่าง ๆ มาร่วมกันแสดง เช่น ต้นกล้า, กงล้อ,
รวมค้อน ฯลฯ

พิธีกร ของการแถลงข่าวครั้งนี้คือ คุณนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ จาก อดีตนักร้องวงต้นกล้า
และ ผู้ร่วมดำเนินรายการคอนเสิร์ตเพลงปฏิวัติครั้งที่ 1

งานจะเริ่มต้นแต่บ่ายไปจนถึงแดดร่มลมตก จึงค่อยเลิก

จึงขอเชิญมิตรสหายไปร่วมงานการแถลงข่าวในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน!

ความคืบหน้าปัจจุบัน ติดตามได้ที่

กำหนดการแถลงข่าว “30 ปี 6 ตุลา  ปกป้องประชาธิปไตย  ประชาชน” มีดังนี้
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม  2549  เวลา 13.00 น.
ณ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน  14 ตุลา   มูลนิธิ 14 ตุลา 16   ถนนราชดำเนิน  กทม.

13.00 น.- 13.30 น.
- ลงทะเบียน
13.00 น.- 14.00 น.
- แถลงข่าว การจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา
โดยนายแพทย์ วิชัย  โชควิวัฒน  ประธานคณะกรรมการฯ
นายแพทย์สงวน  นิตยารัมภ์พงศ์ ประธานคณะกรรมการฯ 
นายแพทย์พลเดช  ปิ่นประทีป เลขานุการ

14.00 น. – 14.15 น.
- อ่านบทกวี “รำลึก 30 ปี 6 ตุลา”   	โดย  วัฒน์  วรรลยางกรู

14.15 น. – 16.00 น.
- เสวนา “ทางออกการเมืองไทยในสายตาของอดีตนักโทษ 6 ตุลา” 
ดำเนินรายการโดย  คุณเสงี่ยม  แจ่มดวง
ผู้ร่วมเสวนา อดีตผู้ต้องหา จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 
a
16.00 น. – 16.15 น.	
- วีดีทัศน์ “รำลึก เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519”
16.00 น. – 18.00 น. 
-ดนตรี  “รำลึกบทเพลง 14 ตุลา 2516 ถึง 6 ตุลา 2519” โดย  นักเรียนโครงการเรียนรู้กู้บ้านเกิด
นิตยา บุญประสิทธิ์   จากวงกรรมชน เศก  ศักดิ์สิทธิ์ จากวงคุรุชน
วัฒน์  วรรลยางกรู  ผู้แต่งเพลง จากลานโพธิ์ถึงภูพาน
และศิลปินอื่นๆ อีกมากมาย

กิจกรรมรอบบริเวณงาน
-มีการแสดงนิทรรศการ รำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
-การแสดงภาพวาด จากเพื่อนศิลปิน เพื่อประชาชน
-จำหน่ายหนังสือ และของที่ระลึก
-จัดฉายวิดีโอภาพเหตุการณ์ 6 ตุลา  2519
-ต้นไม้ 30 ปี 6 ตุลา  ประชาธิปไตย
-รับอาสาสมัคร STAFF  งาน 30 ปี 6 ตุลา

 

ที่มา:

 

 

คณะกรรมการจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา
“ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน”


โอกาสดีในการจัดงาน เดือนตุลา
1. จัดขึ้นภายใต้กระแสประชาชนมีความตื่นตัวและให้ความสนใจการเมืองอย่างสูง
2. จัดขึ้นภายใต้สถานการณ์การปฏิรูปการเมือง
3. จัดขึ้นในวาระครบรอบ เหตุการณ์ 6 ตุลา เวียนมาครบรอบปีที่ 30

ทิศทางและแนวทางการทำงาน
1. ขยายความเข้าใจในข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ 14 ตุลา เป็นการพิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตยอันเป็นดอกผลของ 14 ตุลา โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรประชาชนทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง
2. ถือเอาเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นบทเรียนที่สำคัญในสังคมไทยโดยเฉพาะปัญหาการใช้ความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชน
3. เชื้อเชิญบุคคลและองค์การต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมการจัดงาน 30 ปี อย่างกว้างขวางเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

หลักการทำงาน
1. ถือหลักความสามัคคี ประสานร่วมมือกับบุคคลและกลุ่มองค์การต่าง ๆ
2. เห็นว่าขบวนการการเปลี่ยนแปลง 2475, ขบวนการสันติภาพ, ขบวนการ 14 ตุลา, ขบวนการ 6 ตุลา และขบวนการพฤษภาทมิฬล้วนเป็นขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันทั้งสิ้น
3. เหตุการณ์ 6 ตุลาเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและรักประชาธิปไตยมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ แต่ละกลุ่มองค์กรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการจัดงาน แต่ควรมีการประสานงานร่วมมือกันเพื่อเชื่อมร้อยเป็นภาพใหญ่ของขบวนการประชาธิปไตย
4. ยึดหลักพึ่งตนเอง เป็นเบื้องต้นในการทำงาน แต่จะประสานและแสวงหาความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่ายที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกัน

ช่วงเวลาการจัดงาน
จะมีกิจกรรมและการรณรงค์เป็นระยะจนถึงเดือนตุลา
วันงาน วัน 5-6 ตุลาคม 2549 และวันที่ 13-15 ตุลาคม 2549

สถานที่จัดงาน
ส่วนกลาง ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ส่วนภูมิภาค องค์กรเครือข่ายตามจังหวัดต่างๆเป็นผู้กำหนด
รูปแบบของกิจกรรม
1. การอภิปราย นิทรรศการ และหนังสือ ทางวิชาการ
2. การแสดงดนตรีเพื่อชีวิตของศิลปินเพื่อชีวิตก่อนและหลัง 6 ตุลา และคณะดนตรีเยาวชนคนรุ่นใหม่
3. การแสดงละคร
4. การแสดงศิลปะและภาพวาด
5. การทำบุญทางศาสนา และพิธีรำลึกวีรชน
6. กิจกรรมถนนคนเดิน

สถานที่ติดต่อ
693 อาคารกรมการแพทย์ ชั้น 2 ถ.บำรุงเมือง เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพฯ 10100
โทร.0-2621-8298 โทรสาร.0-2621-8299 E-mail :
October_6_30th@hotmail.com

บริจาคสนับสนุนการจัดงาน
ชื่อบัญชี กองทุน 30 ปี 6 ตุลา ธนาคาร กรุงไทย สาขา มหานาค
บัญชี ออมทรัพย์ เลขที่ 156 – 0 – 01565 - 9

คณะกรรมการจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา

คณะที่ปรึกษา
คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
คุณดุษฎี พนมยงค์
ศ.พิเศษ ชลธิรา สัตยาวัฒนา
ศ.ดร สุรพล นิติไกรพจน์
ศ.นพ.วีรศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
ผศ.ธิดา ถาวรเศรษฐ
อ.จอน อึ้งภากรณ์
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
คุณพิรุณ ฉัตรวนิชกุล
คุณเสงี่ยม แจ่มดวง
คุณพีรพล ตริยะเกษม
นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ
คุณชาญณรงค์ เตชะรัชกิจ
คุณวิทยากร เชียงกูล
คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ
คุณปรีดา เตียสุวรรณ
คุณพิภพ ธงไชย

ประธานกรรมการร่วม
นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

คณะกรรมการ
ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
ดร.วณี ปิ่นประทีป
ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
คุณสันติสุข โสภณศิริ
คุณสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย
ดร.วณี ปิ่นประทีป
คุณประสาร มฤคพิทักษ์
คุณอนุสรณ์ ศรีแก้ว
คุณสุชีลา ตันชัยนันท์
คุณวสันต์ สิทธิ์เขต
คุณวิภา ดาวมณี
คุณนิตยา บุญประสิทธิ์
คุณสุริยะใส กตะศิลา
อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย
คุณนิธินันท์ ยอแสงรัตน์
คุณบัณฑิต จันศรีคำ
คุณจุฬาลักษณ์ ภู่เกิด
คุณคงเจตน์ พร้อมนำพล
คุณณิปไทย ศาสนนทน์
คุณประเวศ เอมอมร
คุณสมสุข พรหมประเทศ
คุณฉลวย ศรีเกษร
กรรมการและเลขานุการ
นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป

คณะทำงาน 30 ปี 6 ตุลา
คุณดุษฎี ราชเกษร
คุณน้อมจิตร บุญญาภิสมภาร
คุณสมศักดิ์ ภคสิริกุล
คุณภาสกร อรรถสิษฐ์
คุณวิสุทธิ์ แซ่เจียว
คุณศกุนต์ สายบุญลี
คุณณัฐสพรรษ กรึงไกร
คุณธานี จิริยะสิน
คุณสิงห์น้อย ฟูสวัสดิสถาพร
คุณวิสูตร มีผึ้ง
คุณศิริพร พรมวงศ์
คุณสุณัฐษา ถิ่นจะนะ

อนุกรรมการฝ่าย การจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา
อนุกรรมการฝ่ายพิธีกรรม
คุณสันติสุข โสภณสิริ

อนุกรรมการการฝ่ายวิชาการ
ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
คุณดุษฎี ราชเกษร
คุณสุชีลา ตันชัยนันท์

อนุกรรมการฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม
คุณสิงห์น้อย พู่สวัสดิสถาพร
คุณสินสวัสดิ์ ยอดบางเตย
คุณนิตยา บุญประสิทธิ์
คุณเรืองกิตต์ รักกาญจนันท์

อนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์
คุณวิภา ดาวมณี
คุณวีรวงค์ จรินทร์กิตติกุล
คุณพลากร จิรโสภณ
คุณสุเทพ สุริยะมงคล
คุณนิธินันท์ ยอแสงรัตน์
คุณสำราญ รอดเพชร

อนุกรรมการฝ่ายการทุน
นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์
คุณชาญรงค์ เตชะรัชกิจ
คุณประสาร มฤคพิทักษ์
คุณณัฐสพรรษ กรึงไกร


รายชื่อองค์ร่วมจัด งาน 30 ปี 6 ตุลา
1. มูลนิธิ 14 ตุลา
2. มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย
3. มูลนิธิ สถาบันวิชาการ 14 ตุลา
4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5. สถาบันปรีดี
6. คณะกรรมการญาติวีรชน 14 ตุลา
7. คณะกรรมการกองทุนญาติวีรชน 6 ตุลา
8. คณะกรรมการญาติพฤษภา
9. มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม
10. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
11. มูลนิธิสลัม 4 ภาค
12. มูลนิธิเด็ก
13. สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI)
14. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
15. สมาคมสมาพันธ์เกษตรกรเพื่อการพัฒนา (สกพ.)
16. เครือข่ายอดีตนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เขตงานป่าเขา
17. เครือข่าย...........
18. เครือข่ายศิลปินเพื่อชีวิต
19. เครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น
20. เครือข่ายเยาวชนเด็กดั่งดวงดาว
21. สหพันธ์นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
22. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย
23. กองบรรณาธิการหนังสือ ไฟลามทุ่ง
24. โครงการกำแพงประวัติศาสตร์
25. โครงการบันทึกและเผยแพร่ประวัติศาสตร์งานเพลงปฏิวัติ (คปป.)
26. สถาบันต้นกล้า
27. แนวร่วมประชาชนแห่งประเทศไทย
28. กลุ่มเพื่อนประชาชน
29. กลุ่มศิลปวัฒนธรรมเพื่อชีวิต
30. กลุ่มเพื่อนมหิดล
31. กลุ่มพยาบาลเพื่อมวลชน ม.มหิดล
32. กลุ่มโดมรวมใจ
33. กลุ่มฅนแบกตะวัน อาสาสร้างสรรค์
34. กลุ่มรองเท้าแตะ (www.9dern.com )
35. ชมรมกวีศรีบานเย็น
36.
WWW.THAIOCTOBER.COM

ประเทศไทยจะไปทางไหน?/ทุนนิยมสามาณย์หรือรัฐสวัสดิการ?

 

หมายเหตุ บก.2519me

๑-นี่เป็น โลโก ล่าสุดในวันเปิดแถลงข่าว ชูคำขวัญ "ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน"(?)

๒-คำขวัญ "ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน"(?) ก่อให้เกิดข้อถกเถียง! ด้วยชูขึ้นมาอย่างสอดคล้องต้องกันกับคำขวัญของรัฐบาลที่มีหัวหน้ากำลังถูกกลุ่มประชาชนขับไล่ ซึ่งภาคประชาชนและวิทยากรในวันแถลงข่าวการจัดงานนี้ เห็นพ้องต้องกัน ว่า ต้องออกไปจากวงจรอำนาจ .......ตามคำเรียกร้องของฝ่ายสมัชชาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย.....ทักษิณ..ออกไป! 

เพราะ เป็นผู้บ่อนทำลายระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ด้วย ตัวผู้นำรัฐบาล ไม่ได้เป็นผู้นำที่กอร์ปด้วยจริยธรรม ของการเป็นผู้นำตามระบอบประชาธิปไตยตามอุดมคติอันสมควรจะพึงมี เนื่องจากทำลายและกลายสภาพ กลไกตรวจสอบ (องค์กรอิสระ-วุฒิสภา-รัฐสภา ฯลฯ) และกลไกรัฐทั้งมวล   ให้รับใช้ ผลประโยชน์ทับซ้อน    ของ ตนเองและพวกพ้อง จนระบอบประชาธิไตยของประเทศ   กลายสภาพเป็นเผด็จการรัฐสภาโดยชนชั้นปกครองนายทุนในคราบประชาธิปไตยประชาชน โดยอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งตั้งตามกติกาประชาธิปไตย โดยประชาชนเสียงข้างมาก?!

ขยายความ : เพราะการขายหุ้นของบริษัทชินคอร์ป-บริษัทธุรกิจของครอบหัวหน้ารัฐบาลที่มีปัญหาเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" และ "ศักดิ์ศรี-ความมั่นคงของประเทศ" หลายเรื่องเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งเรื่องจริยธรรมของความเป็นผู้นำประเทศ เช่น เรื่องสัมปทานดาวเทียม เรื่องสิทธิในวงโคจรดาวเทียม เรื่องชื่อพระราชทาน เรื่องการลดหย่อนภาษีเพราะเป็นกิจการของคนไทย การหลีกเลี่ยงภาษีโดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย สถานีถ่ายทอดโทรทัศน์ไอทีวี ฯลฯ

เมื่อมีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบ และจะมีการซักฟอกในรัฐสภา....หัวหน้ารัฐบาลเลือกที่จะยุบสภาฯ เพื่อหนีการซักฟอก และออก พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่อย่างกระชั้นชิดเพื่อเอาเปรียบพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ให้ไม่ทันได้ตั้งตัวในการเตรียมการลงสมรภูมิเลือกตั้ง จนถูกพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคที่มี ส.ส. อยู่ในสภาฯ สามัคคีร่วมกันประท้วงบอยคอตไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งด้วยทุกพรรค เพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรม รวมทั้ง กกต./องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม  ก็ "สำแดง" พฤติกรรมที่ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงมีแต่พรรคไทยรักไทยของหัวหน้ารัฐบาลลงรับเลือกตั้งเพียงพรรคเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดข้อกฎหมายตามมา คือ ถ้าลงสมัครเพียงคนเดียวพรรคเดียวจะเป็น ส.ส. ได้ ต้องได้คะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า ร้อยละยี่สิบของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในเขตนั้นๆ จึงมีการแก้ลำโดยการสนับสนุนพรรคเล็กๆ ที่ไม่เคยมี ส.ส. ในสภาฯ จำนวนมาก ให้มาลงแข่งกำมะลออย่างมีเงื่อนงำ รวมทั้งมีความไม่ชอบมาพากลในการจัดการเลือกตั้งมากมาย จนศาลออกมาชี้ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ! การที่ฝ่ายค้านไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งจนทำให้ หัวหน้ารัฐบาลและพรรคการเมืองของหัวหน้ารัฐบาลประสบความยากลำบากเป็นอย่างมาก ในการเข้ายึดกุมอำนาจรัฐเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทับซ้อนของตนและพวกดังนี้ ทำให้พวกนักการเมืองซีกรัฐบาลในพรรคการเมืองของหัวหน้ารัฐบาล ดาหน้าออกมาประณาม ว่า เช่นนี้เป็นการไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย ไม่เว้นแม้แต่คนอย่าง นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายสุธรรม แสงประทุม ฯลฯ โดยเฉพาะ หัวหน้ารัฐบาล / ที่กำลังถูกขับไล่ให้ออกจากตำแหน่งเพราะปัญหาจริยธรรมและความไม่ชอบมาพากลในผลประโยชน์ทับซ้อน นั้น ถึงกับชูคำขวัญว่า ตนเองเป็นผู้ "รักษากติกาประชาธิปไตย" รวมทั้งพวกคนเดือนตุลาที่อยู่ในซีกรัฐบาลซึ่งเรียกขานกันว่า "ตุลาชิน" ซึ่งเคยมีบทบาทอยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา ปี 2519 ถึงกับมีความพยายามทำนองที่จะโยง รัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีช่องโหว่อันเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการเมือง เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนของ "หัวหน้าพรรค/หัวหน้ารัฐบาล" ของตัวเองมากที่สุด เข้ากับเหตุการณ์ 14 ตุลา/ซึ่งเรียกร้องรัฐธรรมนูญคัดค้านเผด็จการถนอม-ประภาส เข้ากับเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ/ซึ่งเรียกร้องนายกที่มาจากการเลือกตั้งคัดค้านเผด็จการ รสช.-สุจินดา และนำมาเข้ากันได้อย่างเหมาะเจาะกับเหตุการณ์ 6 ตุลา/ ซึ่งคัดค้านการกลับเข้ามาในประเทศของเผด็จการถนอม ที่ทางคณะผู้จัดงานรำลึก ระบุไว้ในบันทึกหนังสือชี้แจงการจัดงานว่า "1.....ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ 14 ตุลา เป็นการพิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตยอันเป็นดอกผลของ 14 ตุลา.." อันเป็นการตึความให้สอดคล้องต้องกันได้อย่างเหลือเชื่อ ซึ่งที่ตีความเช่นนี้ก็อาจจะเพื่อให้สนองตอบกับบันทึกการจัดงานที่เหลือ (?) ที่ว่า "...โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรประชาชนทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง 2. ถือเอาเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นบทเรียนที่สำคัญในสังคมไทยโดยเฉพาะปัญหาการใช้ความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชน 3. เชื้อเชิญบุคคลและองค์การต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมการจัดงาน 30 ปี อย่างกว้างขวางเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์" อันอาจสามารถถอดรหัสได้ว่า

โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรประชาชนทุกภาคส่วนและประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง  /รวมทั้งซีกในภาคส่วนรัฐบาล  

ถือเอาเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นบทเรียนที่สำคัญในสังคมไทยโดยเฉพาะปัญหาการใช้ความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชน     / ตีความได้สองด้านหนึ่งเป็นบทเรียนว่ารัฐอย่าใช้ความรุนแรงต่อประชาชน อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการปรามว่าภาคประชาชนอย่าเคลื่อนไหวเดี๋ยวรัฐใช้ความรุนแรงให้ภาคประชาชนยุติการเคลื่อนไหว(อยู่เฉยๆขึ้นไปอยู่บนภูดูหมากัดกัน)

เชื้อเชิญบุคคลและองค์การต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมการจัดงาน 30 ปี อย่างกว้างขวางเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ / โดยเฉพาะบุคคลระดับเสนาบดีในที่ชูธง "ปกป้องและเคารพกติกาประชาธิปไตย" ?  ก็ไม่รู้งานนี้ สงสัยซีกฝ่ายรัฐบาลจะถูกเชิดชูให้เป็น "วีรบุรุษประชาธิปไตย" ตัวเป็นๆ เกินหน้า วีรชนที่เหลือแต่จิตวิญญาณล่องลอยอยู่ที่ไหนสักแห่งเสียแล้วหรือไร?

ไม่รู้ว่าเป็นเวรเป็นกรรมของประชาชนของประเทศนี้แต่ชาติปางไหน? อะไรต่างๆใดๆ ที่ลงแรงใจแรงกายกระทั่งเสียสละไปแม้ชีวิต จึงได้ถูกทรราชทุกยุคทุกสมัยช่วงชิงเอาดอกเอาผลไปจนจะหมดจะสิ้น...ก็พูดได้คำเดียวว่า..ตถตา...มันเป็นไปเช่นนั้นเอง!

"....ขบวนการการเปลี่ยนแปลง 2475, ขบวนการสันติภาพ, ขบวนการ 14 ตุลา, ขบวนการ 6 ตุลา และขบวนการพฤษภาทมิฬล้วนเป็นขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันทั้งสิ้น..." ตรงนี้อาจถอดรหัสได้ว่า จุดมุ่งหมายคือประชาธิปไตย? ซึ่งไม่เป็นปัญหา ทว่าที่เป็นปัญหา คือเป็น "ประชาธิปไตยของใคร?"

คำตอบของคำถามนี้ จะเป็นหัวข้อโต้แย้งที่อาจจะต้องอาศัยการต่อสู้ของประชาชนอีกยาวนานเป็นยุคประวัติศาสตร์โน่นกันทีเดียวเชียวแหละ แต่ที่ไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ใครก็ใครไม่อาจโต้แย้งได้ ก็คือ ทุกเหตุการณ์ที่เอ่ยถึงมานี้  เป็นการต่อสู้ระหว่าง กลุ่มประชาชน กับ ชนชั้นปกครองที่เป็นเผด็จการ โดยเป็น  กลุ่มประชาชน ที่ ก้าวหน้าและรู้เท่าทันชนชั้นปกครองที่เป็นเผด็จการในสถานการณ์ของยุคสมัยนั้นๆ เป็นกลุ่มประชาชนที่ก้าวหน้าและได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารกว่าประชาชนด้วยกันโดยทั่วๆ ไป หรือจะเรียกว่าเป็น กลุ่มประชาชนที่เกิดก่อนกาล ก็ว่าได้  รวมทั้ง กลุ่มประชาชน ในเหตุการณ์ 6 ตุลา ก็เช่นกัน เป็น กลุ่มประชาชนที่เกิดก่อนกาล

ดังนั้นที่ว่า เชิดชูจิตใจวีรชน 6 ตุลา.....คือ เชิดชูจิตใจอะไร ก็จะต้องเชิดชู จิตใจกล้าต่อสู้กล้าเสียสละกล้าเอาชนะชนชั้นปกครองผู้เผด็จการ และ เผด็จการ หมายถึง เผด็จการทุกรูปแบบ....เผด็จการศักดินา เผด็จการศักดินา-ขุนศึก เผด็จการขุนศึก-ศักดินา เผด็จการนายทุน-ศักดินา เผด็จการนายทุน-นายทุนนายหน้าสามาณย์...... ไม่เว้นแม้แต่เผด็จการคอมมิวนิสต์! (หากจะมีหรือเกิดขึ้น!)

"จัดขึ้นภายใต้สถานการณ์การปฏิรูปการเมือง" บอกไว้อย่างนี้ และจากบางเวบฯ ก็  บอกว่า มีการสนทนากันในหัวข้อ "คนตุลากับวิกฤตการเมืองไทยในปัจจุบัน" ซึ่งเท่าที่ฟังๆ จากการถ่ายทอดเป็นช่วงๆ วิกฤติการเมืองไทยในปัจจุบันก็คือ วิกฤติการเมืองที่ประชาชนคนไทยกลุ่มที่อาจเรียกได้ว่า เป็น กลุ่มประชาชนที่เกิดก่อนกาล กำลังต่อสู้กับชนชั้นปกครอง เผด็จการนายทุน-นายทุนนายหน้าสามาณย์ ที่มี ทรราชตัวใหม่ เป็น หัวโจก ซึ่งอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งตาม "กติกา" (บางข้อ) ของ "ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุข"  ฉะนั้น การจัดงานรำลึก 30 ปี 6 ตุลา ปีนี้ จึงจัดขึ้นในสถานการณ์ทางการเมือง ที่อำนาจรัฐอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการปกครอง ของเผด็จการนายทุน-นายทุนนายหน้าสามาณย์ที่กำลังจะสวมรอยใช้ "สถานการณ์การปฏิรูปการเมือง" ยืดและต่ออายุการครองอำนาจของตัวเองต่างหาก!

ถ้าไม่ชัดเจนตรงนี้ ก็คลุมเครือ ก็เข้าทาง กระบวนการเอาดอกผลการต่อสู้ของภาคประชาชนไปสนับสนุนอุ้มชูทรราชตัวใหม่ ไม่ว่าจะเจตนาบริสุทธิ์หรือโดยปารถนาดีเพียงใดก็ตาม....

๓- ก็แค่การท้วงติงตั้งข้อสังเกตตามลมตามแร้งไป คงจะหาประโยชน์อันใดมิได้ เพราะ "...น่าจะมาร่วมงาน และช่วยกันทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการ ให้วีรชนได้นอนตายตาหลับมากกว่าติเรือทั้งโกลน วิจารณ์โดยไม่ได้สำรวจ" ...หรือ "...แต่คำขวัญเดิมก็ไม่น่าจะมีอะไรแอบแฝงแล้วท่วงทำนองประชดประชันที่คุณเสนอมาเพื่อเป้าหมายอะไรไม่ทราบ" [เป้าหมายการท้วงติงคงชัดเจนถ้าอ่านข้างบนที่ประมวลมานั่น!]....หรือ...."....คำขวัญมีที่มาที่ไป  คงต้องเคารพการร่วมกันตกลงเลือกคำขวัญนี้ในขณะนั้น.."

จึงคงได้แค่รำพึงว่า ทรราชตัวใหม่ไยช่างมีมหิธานุภาพยิ่งนัก จนมีผู้คนทุกแวดวงกุมรุมเหน็ดเหนื่อย "ทำงาน" ให้ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว..จึง....อยู่ในสภาพที่ "  .....(...ไล่..... แล้วมันก็ไม่ยอมไปสักที)   "  เผลอๆ หลังจากงาน "รำลึก 30 ปี 6 ตุลา ปกป้องประชาธิปไตยประชาชน" เที่ยวนี้ ทรราชตัวใหม่ตัวนี้ อาจจะกลายเป็น วีรบุรุษผู้ปกป้องประชาธิปไตยประชาชนตัวเป็นๆ ไปก็ได้ ใครจะรู้...อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะเห็นได้ในสถานการณ์ประเทศไทยยุคนี้ ..."ยุคทุนเก่าขัดแย้งกับทุนใหม่"(ฮา)/29พฤษภาคม 2549

big page//main menu