และแล้วการบันทึกประวัติศาสตร์ภาคประชาชนในส่วน ของ
เพื่อนพ้องน้องพี่ นักศึกษา
กรรมกร
ชาวนา
ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ก็ได้รับการขานรับ
และ ข้อมูลเริ่มนำทยอยส่งเข้ามา..โดยพี่วิเป็นเจ้าแรก...(ขอบคุณค่ะ)...
แล้ว
16 ก.พ.
2548/... ก็มี
มีอีเมล์บอกเรื่องราวจากคนอื่นตามมา พร้อมข้อเสนอแนะให้แบ่งหัวข้อเพื่อผู้คนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่ต่าง
ๆ กัน...เช่น
จากหวานใจของคุณหมอร้อยปี
(กรณีนักศึกษา "เกษตรฯ" - "วิดวะ" ล้อม "สโมสรนักศึกษา ม.ช." / โดย ...) หรือ เมื่อวานโทร.คุยกับ อดีต "ครู(ส.)ไหมลี"
มองย้อนกลับไป ..ก็เห็นภาพ ..สนุกสนานมาก/สนุกสนานแบบเจ็บๆ
ไง..บางคนเป็นลมในรถเมล์คนเข้ามาช่วยค้นตัวเพื่อจะรู้ว่าเป็นใครเจอเอกสารคอมฯ
เลยถูกจับ (ส.ไหมลีว่า) บางคน(ก็กู๋ /ฉัน-ภาษาม้งน่ะ/-นี่แหละ..ส.ไหมลีว่ากลั้วเสียงหัวเราะมาตามสาย)
เข้าป่าเพราะบ้านแตก พอขึ้นเขาเข้า(รกเข้าพง)ไปอยู่ป่าก็ไปมี
"ปัญหาความคิดซะไม่มีแหละ" (รวมทั้ง ส.ต่อ นำนิ)..ก็ว่า
ดีกว่าบ้านแตกแล้วไปมั่วยามั่วอะไรอย่างสมัยนี้ละกัน...บางคนก็ประสบชะตากรรมชะตาชีวิตแบบว่า
แทบเอาตัวไม่รอด อย่างใครที่ "ชิงตัว ส.นำ" ต้องคดีติดคุกติดตาราง
เกือบถูกประหารชีวิต บางคนก็เด๊ดสะมอเร่ไปด้วยอาการต่างๆ/แก่ตาย เป็นไข้ตาย
ถูกรถชนตาย ถูกฆ่า-ถูกเก็บตาย ...บางคนก็กลับมาเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย"
แบบเหลือแขนอยู่แขนครึ่ง อีกครึ่งแขนทิ้งไว้ในป่า ฯลฯ....
ทั้งหมดนี้ก็แค่เพื่อจะสร้างขึ้นใหม่ซึ่งสังคมที่ดีกว่า ..หรือสังคมที่คิดหวังว่าจะดีกว่า...ส่วนจะเป็นอย่างที่คิดที่หวังหรือเปล่า?..(ก็จะไปรู้เรอะ
ก็ยังไปไม่ถึงอ่ะ)
เรื่องราวตั้งมากมาย
ไม่บันทึกกันไว้ พวกคนรุ่นหลังๆ จะรู้หรือ? ว่า กว่าที่สังคมไทย
(ยุคใหม่/ยุคทุนครองโลกครองประเทศ)จะวิวัฒน์มาได้ดังนี้ /ไปไกลกว่าพม่าหน่อยเนี่ยะนะ/ มีกระดูกกระเดี้ยวของผู้ใดกองพะเนินทึกทิ้งไว้ข้างหลังบ้าง?
หรือว่า
มีชีวิตของผู้ใดตกหล่นยากแค้นลำเค็ญอันสืบเนื่องมาจากการดั้นด้นจะสรรสร้างสังคมที่ดีกว่า
....กันบ้าง? เพราะเข้าไปดูเวบฯ พวกโรคเอดส์แล้วเศร้าน่ะ
ยุวชนเยาวชนไทยยุคก่อนยุคคนเดือนตุลา ตั้งวงถกกันเรื่องจะเอาบ้านเอาเมือง
ยุวชนเยาวชนไทยยุคนี้/รวมทั้งพวกเฒ่าหัวงูและพวกไก่แก่แม่ปลาช่อน?
/
ตั้งวงถกกันเรื่องเพศ? ถกกันเรื่องจะตั้งบูธขายถุงยางอนามัยในสถานศึกษา...แล้วก็สังเวยชีวิตไปกับโรคเพศ-โรคเอดส์?
...เฮ้อ,เศร้าหัวใจจริงจริงเลย จึงอยากจะให้เกิดการบันทึกเรื่องราวของ
ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่และตายไปเพื่อจุดมุ่งหมายอีกแบบ..แบบสร้างสรรค์น่ะ และ
ถึงแม้จะมีการทำลายล้างกันบ้าง ก็ทำลายเพื่อสร้างอ่ะ....เป็นบทเรียนให้คนรุ่นหลังๆ
ได้แง่คิดอะไรกันบ้างไม่มากก็น้อย
จึงแบ่งเนื้อที่เวบไซท์ให้เป็นสัดส่วนอย่างเป็นเอกเทศให้แล้วที่
Northern
students' memo about the Thai October politic
movement histories (NTOctober)
ฉะนั้นเพื่อนพ้องน้องพี่
ที่ในหัวสมองกุมข้อมูล/บรรจุเรื่องราวของประวัติศาสตร์ภาคประชาชนไว้มากมาย
และอายุอานามก็น่าจะค่อนๆ ศตวรรษกันเข้าไปแล้วทุกคน ก็น่าถึงเวลา ที่จะต้องกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ภาคประชาชนกันได้แล้ว
ก่อนที่จะสมองเสื่อมแล้วลาโลกลงโลงกันไปหมดน่ะนะ โดยเฉพาะ "ท่านพี่" ทั้งหลาย
/ พี่ตุ๊ก พี่ชาญ พี่อิ๊ด พี่ก๊อง พี่จิ๋มดำ พี่จิ๋มขาว พี่แก้ว
พี่ปาลฯ(..เจ้านี้ส่งอีเมล์ต้นฉบับมาจากเมก้าก็ได้เด้อ...) พี่เกษตร พี่ปี้
พี่ธีรรัตน์(?) พี่เตี่ย พี่นิรุต (-อยู่ไหนเนี่ยะ
มีลูกกี่คนแล้ว? บ่ได้ข่าวบ่ได้คราวเลย..) ฯลฯ และถ้าเขียนมันยากนักยุ่งนัก
ต้องใช้สมาธิและอารมณ์มากมาย(เหลือเกิน)นัก บ่มีอารมณ์ บ่มีเวลา เพราะ
ต้องทำมาหากินทำธุรกิจยุ่งเหยิงตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตในโลกทุนนิยมโลกาภิวัตร
(หรือพินาศ..ฮุ?) มันเครียด (...รู้น่ะ..)..ก็พูดใส่เทปมาก็ได้
อิฉันจะมาจ้างเขาถอดเทปเอง เพียงแต่อย่าลืมส่งค่าถอดเทปมาด้วยก็แล้วกัน (ฮา)
อ้อ, เรื่องเล่าของ
"หมอหนอง"/"ส.ต๊ะ"
ที่ว่ากัน ว่า
เล่าให้ลูกชายเดียวฟังอยู่เป็นหลายครั้ง จนเจ้าลูกชาย/ที่ข่าวว่าหล่อกว่าพ่อ
เพราะบวกกับความสวยของคุณแม่เพิ่มเข้าไปด้วย/บอกว่า
"พ่อตอนนี้เล่าแล้วๆ
เดี่ยวผมเล่าต่อเอง" (ฮา) และว่า เขียนบันทึกกันลืมไว้หลายเล่ม
บัดนี้...ก็เรียงร้อยเป็นตัวอักษรเป็นเรื่องเป็นราวเรียบร้อยแล้วอยู่ที่
จนมาถึงวันนี้สถานการณ์การบ้านเมือง ทั้งสภาพการเมือง
เศรษฐกิจและความคิดของผู้คน
แปรเปลี่ยนเสียจนแทบว่า จะจับต้นชนปลายไม่ถูก ...จนแบบว่า......ซ้ายจัดกับขวาจัดในเหตุการณ์เมื่อครั้งกระโน้น
ได้โคจรมาปะทะสังสรรค์ในที่เดียวกันด้วยกัน(?)อย่างสมานฉันท์
โดยจากข่าวล่ามาเร็ว มาว่า งานแต่งงานลูกสาว
"ส.เชี่ยว"/"ลุงเชี่ยว"
[ที่เราเคยเห็น ตัวเล็กๆ ที่ใครเคยว่า
"ผิวขาวกว่าแม่แต่ดำกว่าพ่อ" บนฐานที่มั่นเขต ๗ นั้นน่ะ
บัดนี้โตเป็นสาวจนแต่งงานได้แล้ว(หรือนี่?)...เออ,นั่นสิ
แล้วเราจะแก่เหนียงยานกันซำไหนเนี๊ยะ เฮ้อ,บ่อยากจะส่องกระจกดูหน้าตัวเองเล้ยย...]
เจ้าภาพฝ่ายหญิง คือ
รองนายกรัฐมนตรี ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง (อดีต
ส.สุภาพ ของโรงเรียนการเมืองการทหารของเรา เมื่อครั้งกระโน้น..) และ
เจ้าภาพฝ่ายชายคือ
ท่านสมัคร สุนทรเวช ..... โอ๊ว..อะไรจะขนาดนี้!
คิดถึงพี่ไหม
คำร้อง-ทำนอง พยงค์ มุกดา
ขับร้อง รุ่งเพชร แหลมสิงห์
คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่
ห่างกันอย่างนี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืมสัจจา สัญญาที่ให้
ว่าตัวห่างไกลหัวใจชิดกัน
คิดถึงพี่ก่อนน้องนอนก็ได้
เมื่อยามหลับไหลน้องเจ้าจะได้นอนฝัน
ข้างขึ้นเมื่อใดแก้วใจโปรดมองแสงของดวงจันทร์
เราสบตากันในแสงเรื่อเรือง
คืนไหนข้างแรมฟ้าแซมดารา
น้องจงมองหาดาวประจำเมือง
ทุกคืนเราจ้องดูดวงดาว
ทุกคราวเราฝันเห็นกันเนืองๆ
ถึงสุดมุมเมืองไม่ไกล
คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจเจ้า
พี่ตรมพี่เหงาเพราะคิดถึงเจ้าเชื่อไหม
ฝากใจกับจันทร์ฝากฝันกับดาว
...ทุกคราวก็ได้
เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน
.