เพื่อผลักดัน "กลไก"
การยกระดับและพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรออทิสติก
และประชากรที่มีความแตกต่างในโครงสร้างการทำงานของสมอง
ให้เกิดขึ้นในโครงสร้างของ "รัฐ-สังคม" ไทย ให้ได้ภายใน ๑-๒
ทศวรรษข้างหน้านี้ ซึ่งในการนี้เกิดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าจัดทำเวบไซท์
ค่าติดต่อประสานงาน ค่าเดินทาง ฯลฯ
เหนืออื่นใด
เป็นงานที่คนคนเดียวไม่สามารถจะทำได้โดยลำพัง
ต้องเป็นการสานเครือข่ายอย่างกว้างขวาง
และอย่างรอบด้านให้ครบถ้วนทุกมิติ
จึงจะสามารถสถาปนากลไกการช่วยเหลือดังกล่าวได้
โดยเฉพาะ การก่อตั้งหน่วยงานในโครงสร้างของรัฐ-สังคม
ซึ่งจะต้องทำการบ่มเพาะบุคลากรที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมาใหม่
นับเป็นจำนวนหลายร้อยหลายพันหรือกระทั่งหลายหมื่นอัตราทั่วประเทศ
เนื่องเพราะมีบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดี
และบุคคลสมาธิสั้น
รวมทั้งบุคคลที่มีโครงสร้างการททำงานของสมอง
แตกต่างออกไปจากคนปกติ จำนวนมาก และทวีจำนวนที่เข้าสู่วัยรุ่น
วัยทำงาน ที่จะต้องได้รับการฝึกอาชีพสำหรับยังชีพ
และโอกาสในการประกอบอาชีพ
ที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องให้การสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข
นั่นหมายถึงว่าทั้งภาครัฐภาคเอกชนทุกระดับ
จะต้องเสียสละและ "แบ่งให้"
ในโภคทรัพย์ที่ตนมีอำนาจบริหารจัดการและถือครอง
โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและทุนธุรกิจขนาดใหญ่
ระดับพันล้านร้อยล้านหมื่นล้าน
เพราะการยกระดับและพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์กลุ่มนี้
ต้องการการสนับสนุนอย่างมหาศาล
ทั้งทางนามธรรมและรูปธรรม จาก "รัฐและสังคมไทย"
ในการนี้ ทางเครือข่ายผู้ปกครองบุคลออทิสติกฯ ได้
สังเคราะห์และบูรณาขึ้นซึ่ง "โครงการอนุรักกษ์และขยายพันธุ์พฤกษาต้านภัยโลกร้อนฯ"
ที่จะเป็น
ช่องทางระดมทุนและโภคทรัพย์จากทุกแหล่งของแผ่นดิน ให้ไหลมาเทมาช่วยกันทำให้เกิดขึ้นซึ่ง "กลไก"
การยกระดับและพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรออทิสติก
และประชากรที่มีความแตกต่าง ในโครงสร้างการทำงานของสมอง
ให้เกิดขึ้นในโครงสร้างของ "รัฐ-สังคม" ไทย
อย่างต่อเนื่องยั่งยืน (ให้จงได้)
แต่จะดำเนินการไปอย่างไร ได้นั้น รายละเอียดจะอยู่ในเวบไซท์
http://www.autisticthailand.com/
แต่อย่างสังเขปก็คือ การรณงค์ให้ "รัฐ-สังคม" ไทย
สร้าง "ป่าปลูกสมดุลระบบนิเวศในชุมชน"
ให้ทุกซอกทุกมุมของประเทศนี้ เต็มไปด้วย "ป่ามือทำ"
ที่จะยังให้เกิดขึ้นซึ่ง อาชีพของบุคคลออทิสติกและเคริอข่ายครอบครัว
รวมทั้งองค์กรหน่วยงานของพวกเขา คือ
จำหน่ายผลิตภัณฑ์และพืชพันธุ์ที่ผลิตขึ้นบนหลักการสมดุลระบบนิเวศ
ที่จะเป็น "การอาชีวะบำบัด"
ของพวกเขาไปในขณะเดียวกันด้วย
ทั้งนี้
"ป่าปลูกสมดุลระบบนิเวศน์" ผืนใหญ่ในเมืองมหาวิทยาลัยฯ
บนเนื้อที่ประมาณห้าสิบไร่ขึ้น(ขอให้เลยธงไว้
เขาให้มาสักสิบไร่ ก็ปลูกกันคางเหลืองแล้ว!)
ที่จะเป็นที่รวมพืชพันธุ์ไม้พื้นเมืองของประเทศไทย
ไว้ให้ลูกหลานไทยศึกษาค้นคว้าเรียนรู้
รวมทั้งจะให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ผลิตขยายและเผยแพร่พืชพันธุ์ไม้พื้นเมืองต่างๆ
ของไทยสืบไป และ
จะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่หมายมุ่งจะให้เป็นแหล่งผลิตนักพฤกษาศาสตร์ที่เป็นบุคคลออทิสติก
บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น จินตภาพได้เลยว่า
จะเกิดพืชพันธ์ไม้แปลกๆ
เพิ่มอีกสักกี่สายพันธุ์จากมันสมองของทรัพยากรมนุษย์
ที่มีดครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไป????
โดยเพื่อการสร้าง "ป่าปลูกสมดุลระบบนิเวศน์"
ผืนใหญ่ในเมืองมหาวิทยาลัยฯ นั้น
ทางแกนนำผู้ปกครองบุคคลออทิสติกในพื้นที่
ได้เริ่มทำการสะสมพืชพันธุ์ไม้แล้วบางส่วน เช่น
กุหลายเหลืองโคราช เหลืองจันทบูรณ์ เฟิร์นต้นไม้ ฯลฯ
ซึ่งก็หวังว่าในอีกสิบปีข้างหน้า
น่าจะพอได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ตอนนี้(2551)
ก็เป็น "ป่าปลูกสมดุลระบบนิเวศ" เล็กๆ รอบๆ
บ้านครอบครัวและหน่วยงานของออทิสติกไปก่อน!